

ในอดีตที่ผ่านมา อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เป็นอำเภอที่มีความแห้งแล้งสูงมาก เพราะอยู่ในพื้นที่นอกเขตระบบชลประทาน การปลูกพืชต่างๆ จึงได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร จึงก่อให้เกิดการเกษตรในระบบโรงเรือน ซึ่งใช้น้ำน้อย เกษตรกรจึงหันมานิยมปลูกเมล่อนญี่ปุ่น ที่เป็นพืชใช้น้ำน้อย โดยหลังจากเกษตรกรหันมาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นจึงก่อให้เกิดรายได้มากกว่าการปลูกพืชประเภทอื่น เป็นระยะเวลากว่า 13 ปี ที่มีการปลูกเมล่อนในพื้นที่ โดยได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมล่อนที่มีรสชาด หวาน กรอบ หอมและอร่อยที่สุดในประเทศไทย
ว่าที่ ร.ต.ธีรพล โชคนำชัย นายอำเภอหนองหญ้าไซ กล่าวว่า ทางอำเภอหนองหญ้าไซ ได้มีการสนับสนุนให้รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนกันขึ้นโดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงชาวบ้านใน อ.หนองหญ้าไซ จนทำให้ประสบความสำเร็จในการปลูกเมล่อน ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเมล่อน หนองหญ้าไซ เป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้น ทางอำเภอหนองหญ้าไซ ร่วมกับ ส่วนราชการ และภาคเอกชน จัดงานมหกรรมเมล่อนของดีหนองหญ้าไซ ใหญ่เบ้อเร่อ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2563 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจโดยนำเมล่อน พืชเศรษฐกิจในชุมชนเป็นตัวนำร่อง พร้อมจัดสร้างสวนเมล่อนยักษ์ และตกแต่งเป็นสวนดอกไม้ และเรือเมล่อน กลางมหาสมุทรจำลอง ประดับประดาไฟสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและถ่ายภาพที่ระลึก โดยชูคอนเซปท์ "หนองหญ้าไซ -ใหญ่เบ้อเร่อ" โดยทุกคืนจะมีการแสดงสลับกันไป ทุกคืน และในคืนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ จะมีการประกวดธิดาเมล่อนจำแลง เป็นการประกวดหญิงเทียม โดยมีคอนเซปท์ "สวย เก่ง ฮา" กว่า 40 คน เข้าร่วมประกวด ซึ่งจะสร้างสีสรรค์ และความฮา เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมจนกลั้นไม่อยู่แน่นอน
นายอำนาจ แตงโสภา นายก อบต.แจงงาม กล่าวว่า ตนได้ต่อสู้ ร่วมกับชาวบ้าน มา 13 ปี ในการส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกร ในการปรับตัวปลูกพืชให้เข้ากับสภาวะการณ์ กระทั่งการปลูกเมล่อนได้ผลดี จนก่อให้เกิดการสร้างรายได้และเศรษฐกิจขึ้นในชุมชน ซึ่งปัจจุบัน เมล่อนที่ชาวหนองหญ้าไซปลูก มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย และส่งจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ มีมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท นับเป็นเรื่องที่น่าภาคูมิใจของชาว อ.หนองหญ้าไซ ที่สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนเป็นอย่างมาก
ทางด้าน นางสาวลัดดา ดอกไม้หอม พัฒนาชุมชน อ.หนองหญ้าไซ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่มาเที่ยวงานเมล่อนของดีหนองหญ้าไซ ใหญ่เบ้อเร่อ ซึ่งปัจจุบันมีครัวเรือนรับรอง ในหมู่บ้านโอทอป นวัตวิถี 5 หมู่บ้าน รวม 100 ครัวเรือน ที่ผ่านการอบรมและรับรองความสะอาดและความปลอดภัยในการดูแลผู้มาเข้าพักอาศัย ซึ่งคิดราคาที่พักต่อคน คืนละเพียง 100 บาท หากจะทานอาหารเช้า ก็จะเพิ่มค่าใช้จ่ายตามสัดส่วน พร้อมกับครัวเรือนรับรอง จะบริการรับส่งนักท่องเที่ยว เที่ยวชมงานในช่วงเทศกาล รวมถึงพาเที่ยวชมสวนเมล่อนฟรีอีกด้วย หากนักท่องเที่ยวท่านใดต้องการพักค้างเพื่อเที่ยวงาน สามารถติดต่อที่พักครัวเรือนรับรองได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชน หนองหญ้าไซ โทรศัพท์ 035-577-124
วรเทพ บุญประเสริฐ ภาพ/ข่าว
สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี/ที่มา