• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน
บริการประชาชน
น้องเหน่อ
21.42
น้องเหน่อ
สวัสดีครับ...วันนี้มีอะไรให้ช่วยครับ ถามน้องเหน่อมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้ครับ
21.42
วันเดียวเที่ยวสุพรรณ
เที่ยวรัวรัว : สุพรรณฯ...วันเดย์
ยังไม่มีผู้ให้คะแนน

สวัสดีค่ะ “พี่หยอดวัดยาง” คนเดิมจะพาไปเที่ยวสุพรรณบุรีกันค่ะ ไปเที่ยวทุ่งนา ไปชมควาย ไปเที่ยวแบบวิถีไทยๆกันบ้าง สุพรรณบุรี อยู่ใกล้กรุงเทพฯเพียงนิดเดียว... อาจจะใกล้เกินไป จนทำให้บางครั้งถูกมองข้าม...  แต่จริงๆแล้วที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ชั้นยอดของคนไทยก็ว่าได้ค่ะ... ก่อนอื่นขอฝากแฟนเพจเล็กๆของ “พี่หยอดวัดยาง” ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ มีรีวิวอื่นๆให้ได้อ่านกันอีกเพียบเลย  จิ้มเข้าไปตามกันที่ Facebook Fanpage “เที่ยวรัวรัว”  www.facebook.com/travelruarua หรือที่ www.travelruarua.com  จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ห่างจากรุงเทพเพียงแค่ 107 กิโลเมตร ถ้าขับรถไปก็ใช้เวลาชั่วโมงนิดๆเท่านั้น  เลยเหมาะมากๆที่จะไปเที่ยวแบบ One-day trip ค่ะ ว่าแล้ว “พี่หยอดวัดยาง” ก็เลยต้องจัดซะหน่อย วันหยุดทั้งทีลองแบ่งเวลาดีๆมาเที่ยวเปิดหูเปิดตา หาเรื่องราวดีๆเพิ่มเติมให้ชีวิตกัน ถ้าพูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรี จะนึงถึงอะไรกันบ้างคะ? สำหรับตัว “พี่หยอด” แล้ว ก็จะนึกถึงวัดวาอาราม นึกถึงขนมสาลี่ นึกถึงตลาดสามชุก นึกถึงหอคอยบรรหาร-แจ่มใส และนึกถึงบึงฉวาก  แต่จริงๆแล้ว สุพรรณบุรี มีที่ให้เราได้ไปเยือนมากมายค่ะ และแต่ละที่บอกเลยว่าสวยงามและทรงคุณค่าทั้งนั้น ว่าแล้วก็ตามไปดูกันดีกว่าค่ะว่า ใน 1 วัน เราไปเที่ยวที่ไหนในจังหวัดสุพรรณบุรีกันบ้าง...  ออกเดินทางจากรุงเทพประมาณ 9 โมงเช้าชิวๆค่ะไม่รีบมาก วันหยุดขอตื่นสายนิดสบายๆ ที่หมายแรกที่เราจะไปกันก็คือ “อุทยานมังกรสวรรค์” ค่ะ ที่นี่เปรียบเสมือน landmark ของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ทุกคนควรไป check-in ค่ะ  ภายในบริเวณนี้มีหลายสถานที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร, หมู่บ้านมังกรสวรรค์ และ อุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล) ค่ะ  -    ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายจีน ความสวยงามของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สุพรรณบุรีแห่งนี้แปลกตาไปจากที่อื่นๆด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน มีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้ ขอพรโชคลาภกันมากมาย  -    พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร อยู่บริเวณด้านล่างของตัวมังกรสวรรค์เลยค่ะ ก่อตั้งเมื่อปี 2539 เพื่อเป็นการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 20 ปี ด้านหน้ามีรูปหล่อร่วมสมัยท่ามวยวัดเส้าหลิน  -    อุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล) อยู่บริเวณทางเข้าอุทยานมังกรสวรรค์ มีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมแบบจีน 5 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานองค์พระยูไลค่ะ -    หมู่บ้านมังกรสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความสวยงามของเมืองลีเจียง ประเทศจีน บริเวณนี้มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ตกแต่งสวยงามสไตล์จีน ขนาดร้านกาแฟอเมซอนยังเป็นแนวจีนเกร๋ไปอีก... และโซนนี้ก็ยังมีโรงภาพยนตร์ 4 มิติให้เราได้เข้าชมเรื่องราวความเป็นมาของอุทยานมังกรสวรรค์ ค่าบัตรคนละ 100 บาท มีฉายเป็นรอบๆค่ะ ที่ด้านหน้าหมู่บ้านมีหอชมวิว 4 ชั้น เราสามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงของ อุทยานมังกรสวรรค์ ได้อย่างสวยงาม  สำหรับอุทยานมังกรสวรรค์แห่งนี้ สร้างได้สวยงดงาม อลังการ สมแล้วที่เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี  ถ้าไม่ติดว่าแดดแรงเหลือเกิน...เราคงเดินชิวที่นี่ได้นานกว่านี้ค่ะ  ทุกส่วนเข้าชมฟรี ยกเว้น พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร และ โรงภาพยนตร์ 4 มิติ พิกัด : อุทยานมังกรสวรรค์ สุพรรณบุรี Rua Yai, Mueang Suphan Buri District, Suphan Buri 72000 https://goo.gl/maps/ergrmyshNuv  ที่ต่อมาที่ได้ไปแวะก็คือ “อุทยานมัจฉาแห่งชาติ” วัดพระนอน ต.พิหารแดง  อ.เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี  ไม่ไกลจากที่แรก เราขับรถต่อมาอีกแค่ประมาณ 15 นาที ก็จะเจอกับวัดพระนอน ค่ะ  วัดแห่งนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน มีปลาหลากหลายชนิดนับแสนตัว เช่น ปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด  เราสามารถทำทานด้วยการให้อาหารปลา ซึ่งที่โป๊ะเรือบริเวณริมน้ำหน้าวัดจะมีบริการขายอาหารปลาทั้งแบบเม็ดและขนมปัง  ราคาก็หลากหลายตามขนาดค่ะ อย่างครั้งนี้เราซื้อแบบถัง ราคา 100 บาท  ให้อาหารกันได้เพลินๆยาวๆ ปลาเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  พิกัด : อุทยานมัจฉาแห่งชาติ วัดพระนอน  Wat Phra Non Phihan Daeng, Mueang Suphan Buri District, Suphan Buri 72000 Tel: 035 543 554 https://goo.gl/maps/MSubR8BcKHP2  ไปต่อกันดีกว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา... อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของ “ควาย” สัตว์ที่อยู่คู่ประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ที่  “หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย” จังหวัดสุพรรณบุรี หรือเรียกสั้นๆว่า “บ้านควาย” ค่ะ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่ทำการเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำนา ซึ่งในปัจจุบันเครื่องจักรต่างๆได้เข้ามาแทนที่ “ควาย” ซึ่งเคยได้รับหน้าที่หลักในการทำนา...  หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ที่นี่เราได้เรียนรู้ชีวิตชาวนาชนบทไทยสมัยดั้งเดิม  ได้ทำความรู้จักกับ “ควาย” พันธุ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด มีพิพิธภัณฑ์ชาวนา มีบ้านทรงไทยและสวนสวยๆ มีบ้านต้นไม้ให้เราได้เดินชม  และอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ ร้าน “กินแฟ...ดูฟาย” ร้านกาแฟและอยู่ริมบ่อน้ำที่มีควายมาแช่น้ำโชว์เรา 555  ด้วยอากาศที่ร้อนขนาดนี้ ควายก็ชอบจะแช่น้ำเหมือนกันนะ  (วันที่เราไปร้านนี้ยังไม่ได้เปิดบริการค่ะ แต่ใกล้แล้วๆ ถ้าใครได้ไปอย่าลืมถ่ายรูปมาให้ดูบ้างนะคะ)  เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท  พิกัด : หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควายสุพรรณบุรี) ตำบลปลายนา อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี, 72140  Tambon Wang Nam Sap, Amphoe Si Prachan, Chang Wat Suphan Buri 72140 Tel : 035 581 668 https://goo.gl/maps/qTwELMJWq1A2  เที่ยวกันมาซักพักเริ่มหิวแล้วสินะ... เลยต้องแวะเติมพลังกันซักหน่อย  สำหรับทริปครั้งนี้ เราเลือกไปทางที่ร้านนี้เลยค่ะ “ร้านขนาบน้ำ”  ร้านนี้อยู่ติดกับริมคลองชลประทานค่ะ... รสชาติอร่อยสมคำล่ำลือ...  สำหรับมื้อกลางวันนี้ สั่งไปทั้งหมด 4 อย่างค่ะ คือ -    ปลาช่อนเผาเกลือ -    ต้มข่า(ปีก)ไก่ -    หมูมะนาว -    ทอดมันปลากราย ทานกันแค่ 2 คน คิดว่า 4 อย่างน่าจะกำลังดี...แต่ที่ไหนได้ แต่ละอย่างมาในปริมาณที่เยอะมากกกก โอ้วแม่เจ้าทานไม่หมด!!!  ทุกอย่างอร่อยจริงๆค่ะ รวมค่าเสียไป 847 บาท ถือว่าราคาดีงามเมื่อเทียบกับความเยอะและรสชาติค่ะ ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.  ปล. เราไปทางตอนประมาณบ่าย 2 ค่ะ เป็นช่วงที่คนโล่งมากๆๆๆ สบายเลย สั่งอาหารแป๊ปเดียวได้ทานเลยค๊า พิกัด : ร้านขนาบน้ำ Khanap Nam Restaurant Tha Rahat, Mueang Suphan Buri District, Suphan Buri 72000 Tel : 089 206 2077 https://goo.gl/maps/nurbLCNZTuB2 

ชื่อสินค้า:   สุพรรณบุรี

เมื่อเติมพลังเรียบร้อยแล้ว...เราก็มุ่งหน้าไปที่หมายสุดท้ายกันค่ะ ที่นี่เป็นอีกที่ที่เราตั้งใจสุดๆที่จะมา... “นาเฮียใช้”   ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย   กี่ครั้งที่เราได้สัมผัสต้นข้าวของจริง... กี่ครั้งที่เราได้ลองลงไปเดินกลางทุ่งนา... กี่ครั้งที่เราเห็นควายตัวเป็นๆแบบใกล้ชิด... ที่นี่...เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้และสัมผัสทุกอย่างที่เกริ่นมาทั้งหมดค่ะ แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตและคุณค่าของ “อาชีพชาวนา” กระดูกสันหลังของชาติไทยที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยให้เราทุกคนได้มีข้าวทาน  นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้วิธีการปลูกข้าวสายพันธุ์ต่างๆ และการทำนาอย่างยั่งยืน  จะว่าไปจะเรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวนาไทยก็ว่าได้ค่ะ ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนตกแต่งและอธิบายในแบบที่เข้าใจง่ายค่ะ อาทิ - แปลงนาสาธิต มีพันธุ์ข้าวนาปรัง 12 ชนิดที่นิยมปลูกในปัจจุบัน เราสามารถศึกษาทุกระยะการเติบโตของข้าวจากแปลงนี้ได้ และยังมีตัวอย่างอุปกรณ์ต่างๆในการทำนามาจัดแสดงด้วย อีกหนึ่งไฮไลท์ก็คงจะเป็นการปักข้าวเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย สวยงามมากๆค่ะ - หอเตือนภัยชาวนา เป็นหอคอยสูงประมาณ 14 เมตร มี 3 ชั้นใช้สำหรับประกาศเตือนภัยต่างๆกับชาวนา และยังใช้เป็นจุดชมวิวโดยรอบนาเฮียใช้ได้อย่างสวยงาม เมื่อมองลงมาก็จะเห็นแปลงนาที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม และมีการแปรอักษรเป็นข้อความต่างๆ โดยจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆค่ะ - เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ มีการจัดแสดงพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ของราชวงศ์จักรี เป็นเรือนที่ทรงคุณค่าแก่การเข้าเยี่ยมชมค่ะ - เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต เป็นเรือนไทยโบราณยกพื้นสูง มีการจัดแสดงอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการดำเนินชีวิต เช่น เครื่องมือในการทำนา การจับปลา การทำงานไม้ต่างๆ ทุกสิ่งอย่างยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างสวยงาม - เรือนพระแม่โพสพ จัดแสดงองค์แม่โพสพแกะสลักจากไม้สักทั้งท่อน พิธีกรรมในช่วงการทำนา และชนิดพันธุ์ข้าวต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีโซนคอกวัว คอกควาย ที่เราสามารถไปป้อนหญ้าได้ และโซนร้านโชห่วย ที่จัดแสดงของขายในอดีตที่เราอาจจะลืมเลือนกันไปบ้าง แต่พอได้เห็นแล้วรู้สึกดี... อ่อ...ที่นี่ยังมี กล้วยน้ำว้า แขวนไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ทานกันได้นะคะ เพราะกล้วยน้ำว้าช่วยชะลอความแก่ชรา ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร และช่วงรักษาอาการท้องผูกนั่นเอง... นี่แหละนะความใส่ใจของเจ้าของที่เค้า ที่นี่ทุกอย่าง “ฟรี” ทั้งหมดค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นในการเข้าชมสถานที่ มีก็เพียงตู้รับบริจาคร่วมสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้... ขอชื่นชมผู้ก่อตั้งสถานที่แห่งนี้จากใจนะคะ...  รู้สึกดีที่ได้เห็นความมีน้ำใจและความตั้งใจในการส่งต่อองค์ความรู้ดีๆในแบบวิถีไทยให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสและเห็นคุณค่า...  อย่างที่จะได้เห็นคำพูดตรงทางเข้า เขียนไว้ว่า “ครอบครัว มั่นคง อย่างมี ความสุข ด้วยวิถีชีวิต เศรษฐกิจ พอเพียง”    เข้าชมฟรี เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น. ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย - นาเฮียใช้ Ban Pho, Mueang Suphan Buri District, Suphan Buri 72000 Tel: 092 626 1515 https://goo.gl/maps/6SQyUNeVpTT2 และนี่แหละคะก็คือทั้งหมดทั้งมวลของ One-Day Trip ณ จังหวัดสุพรรณบุรีในครั้งนี้... เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจ ดีต่อใจเมื่อได้ชมที่ต่างๆ และที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพด้วยค่ะ... ใกล้แค่นี้ สุพรรณบุรี นี่เอง  วันหยุดครั้งหน้า...อย่าลืมให้ “จังหวัดสุพรรณบุรี” เป็น Your next destination นะคะ 

 

 

ที่มาของข้อมูล https://pantip.com/topic/37011877

แสดงความคิดเห็น